Home Blog Influencer Marketing ลิขสิทธิ์ UGC ที่แบรนด์ต้องรู้ ก่อนนำคอนเทนต์ลูกค้ามาใช้ซ้ำ ลิขสิทธิ์ UGC ที่แบรนด์ต้องรู้ ก่อนนำคอนเทนต์ลูกค้ามาใช้ซ้ำ Influencer Marketing | กันยายน 22, 2026 Table of Contents UGC คืออะไร?ลูกค้าโพสต์เอง แล้วแบรนด์เอามาใช้ได้เลยหรือไม่?ถ้าอยากนำ UGC มาใช้ แบรนด์ควรขออนุญาตอย่างไร?แค่ให้ Credit เจ้าของโพสต์ เพียงพอหรือไม่?ใช้ Hashtag ของแบรนด์ เท่ากับอนุญาตให้ใช้ Content หรือไม่?ถ้า UGC มีคนอื่นอยู่ในภาพ ต้องขออนุญาตเพิ่มหรือไม่?ถ้าแบรนด์ใช้ UGC โดยไม่ได้รับอนุญาต จะเกิดอะไรขึ้น?UGC กับการทำ Marketing ต่างกันอย่างไร?เช็กลิสต์ก่อนนำ UGC มาใช้ข้อผิดพลาดที่แบรนด์มักเจอสรุป Share ทุกวันนี้แบรนด์สามารถเจอคอนเทนต์จากลูกค้าได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย รีวิวสินค้า คลิปวิดีโอ หรือโพสต์บน Social Media และเมื่อเห็นว่าคอนเทนต์นั้นพูดถึงแบรนด์ในทางที่ดี หลายแบรนด์ก็มักอยากนำมา Repost หรือใช้ต่อในช่องทางของตัวเองแต่มีเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ สิทธิ์ในการนำคอนเทนต์ไปใช้เพราะการที่ลูกค้าโพสต์ภาพหรือวิดีโอเกี่ยวกับแบรนด์แบบ Public ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์สามารถนำ Content นั้นไปใช้ในทุกวัตถุประสงค์ได้ทันที โดยเฉพาะการนำไปใช้ในเชิงการตลาดหรือโฆษณาบทความนี้จะพาไปดูว่า ลิขสิทธิ์ UGC คืออะไร แบรนด์ควรขออนุญาตอย่างไร และมีเรื่องไหนบ้างที่ควรเช็กก่อนนำ Content ของลูกค้ามาใช้ซ้ำUGC คืออะไร?UGC หรือ User Generated Content คือคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นโดยผู้บริโภคหรือผู้ใช้งาน ไม่ใช่คอนเทนต์ที่ผลิตโดยแบรนด์โดยตรงตัวอย่างเช่นลูกค้าถ่ายรูปสินค้าแล้วโพสต์ลง Instagramลูกค้าทำ TikTok รีวิวสินค้ารีวิวสินค้าบน Social Mediaวิดีโอ Unboxingภาพการใช้สินค้าในชีวิตประจำวันComment หรือ Post ที่พูดถึงประสบการณ์กับแบรนด์คอนเทนต์เหล่านี้มีคุณค่าในมุมการตลาด เพราะมาจากประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง และสามารถช่วยให้แบรนด์ดูเข้าถึงง่ายและน่าเชื่อถือมากขึ้นอย่างไรก็ตาม การที่ Content เป็น UGC ไม่ได้แปลว่าแบรนด์จะมีสิทธิ์นำไปใช้โดยอัตโนมัติลูกค้าโพสต์เอง แล้วแบรนด์เอามาใช้ได้เลยหรือไม่?การที่ลูกค้าเป็นคนสร้างภาพหรือวิดีโอขึ้นมา โดยทั่วไปสิทธิ์ในผลงานยังเกี่ยวข้องกับผู้สร้างสรรค์ตามหลักกฎหมายลิขสิทธิ์ และเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในเรื่องต่าง ๆ เช่น การทำซ้ำ ดัดแปลง และการเผยแพร่ต่อสาธารณชนดังนั้น การที่ลูกค้าโพสต์ Content แบบ Public จึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการให้แบรนด์นำ Content ไปใช้ในโฆษณาหรือสื่อการตลาดได้ทุกกรณีสรุปคือ “เห็นโพสต์ได้” ไม่ได้แปลว่า “มีสิทธิ์นำไปใช้ได้ทุกแบบ”โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์ต้องการนำ Content ไปใช้ในช่องทางของตัวเอง ใช้เป็นโฆษณา หรือดัดแปลงจากต้นฉบับถ้าอยากนำ UGC มาใช้ แบรนด์ควรขออนุญาตอย่างไร?วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือ ขออนุญาตจากเจ้าของ Content ก่อนนำไปใช้ และควรเก็บหลักฐานการอนุญาตไว้เป็นลายลักษณ์อักษรสิ่งที่ควรระบุให้ชัดเจน เช่นแบรนด์จะนำ Content ไปใช้ที่ไหนใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไรใช้เป็น Organic Content หรือ Paid Adsอนุญาตให้ใช้เป็นระยะเวลาเท่าไรสามารถตัดต่อหรือดัดแปลง Content ได้หรือไม่สามารถนำไปใช้บน Platform อื่นได้หรือไม่ต้องใส่ Credit ให้เจ้าของ Content หรือไม่ยิ่งแบรนด์มีแผนจะนำ Content ไปใช้ในหลายช่องทางหรือใช้ในโฆษณา การกำหนดขอบเขตให้ชัดตั้งแต่ต้นก็ยิ่งสำคัญกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่าการอนุญาตให้ใช้สิทธิสามารถกำหนดเงื่อนไขได้ และการโอนลิขสิทธิ์ในกรณีที่ไม่ใช่การรับมรดกต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนและผู้รับโอนแค่ให้ Credit เจ้าของโพสต์ เพียงพอหรือไม่?การใส่ Credit เป็นสิ่งที่ควรทำเมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้ Content แต่ Credit กับ Permission เป็นคนละเรื่องกันตัวอย่างเช่นPhoto by @usernameการใส่ชื่อเจ้าของภาพช่วยระบุที่มาของ Content แต่ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์ได้รับสิทธิ์ในการนำภาพนั้นไปใช้ในเชิงพาณิชย์แล้วดังนั้น หากแบรนด์ต้องการนำ UGC มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Marketing Campaign การขออนุญาตให้ชัดเจนควรมาก่อน ส่วนการให้ Credit ควรเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกับเจ้าของ Contentใช้ Hashtag ของแบรนด์ เท่ากับอนุญาตให้ใช้ Content หรือไม่?อีกเรื่องที่แบรนด์ควรระวังคือการทำแคมเปญ Hashtag เช่น#MyBrand #MyBrandReview #MyBrandCampaignแล้วนำทุก Content ที่ใช้ Hashtag มา Repost โดยคิดว่าเจ้าของโพสต์ได้ยอมรับเงื่อนไขไปแล้วในทางปฏิบัติ แบรนด์ควรทำเงื่อนไขของ Campaign ให้ชัดเจนว่า Content สามารถถูกนำไปใช้ในรูปแบบใดบ้าง และควรมีขั้นตอนยืนยันสิทธิ์ก่อนนำ Content ของแต่ละคนไปใช้ในเชิงการตลาดโดยเฉพาะหากต้องการนำไปใช้เป็น Paid Advertising หรือใช้ในสื่อที่อยู่นอก Platform เดิมถ้า UGC มีคนอื่นอยู่ในภาพ ต้องขออนุญาตเพิ่มหรือไม่?สมมติว่าลูกค้าถ่ายรูปกับเพื่อนแล้วโพสต์ลง Social Media แม้ลูกค้าจะเป็นเจ้าของภาพ แต่ในภาพอาจมีบุคคลอื่นปรากฏอยู่ด้วยก่อนนำภาพไปใช้ใน Marketing Campaign แบรนด์จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีสิทธิ์ที่จำเป็นสำหรับการนำภาพไปใช้หรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่นำไปใช้เพื่อการโฆษณาหรือในวงกว้างนอกจากเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว ยังอาจมีประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สิทธิในภาพบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งควรพิจารณาตามลักษณะการใช้งานจริงถ้าแบรนด์ใช้ UGC โดยไม่ได้รับอนุญาต จะเกิดอะไรขึ้น?หากนำ Content ที่มีลิขสิทธิ์ไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ โดยกฎหมายไทยกำหนดทั้งความรับผิดทางแพ่งและบทลงโทษทางอาญาสำหรับการละเมิดในบางกรณีนอกจากเรื่องค่าเสียหายหรือข้อพิพาททางกฎหมายแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ ความสัมพันธ์กับลูกค้าหากเจ้าของ Content พบว่าแบรนด์นำภาพหรือวิดีโอของตัวเองไปใช้ในโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต เรื่องที่เริ่มจากการอยากนำรีวิวดี ๆ มาใช้ อาจกลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อแบรนด์แทนUGC กับการทำ Marketing ต่างกันอย่างไร?UGC สามารถนำมาใช้ได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การ Repost บน Social Media ไปจนถึงการนำมาเป็นส่วนหนึ่งของ Campaign หรือโฆษณายิ่ง Content ถูกนำไปใช้ในวงกว้างมากขึ้น แบรนด์ก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิ์มากขึ้นตามไปด้วยตัวอย่างเช่นOrganic Repost นำ Content มาแชร์บน Social Media ของแบรนด์Website Content นำ Review หรือภาพลูกค้ามาใช้บนเว็บไซต์Paid Advertising นำ UGC ไปใช้ใน Facebook Ads, TikTok Ads หรือโฆษณาช่องทางอื่นMarketing Campaign นำ Content ไปเป็นส่วนหนึ่งของ Campaign หรือสื่อประชาสัมพันธ์แต่ละรูปแบบอาจมีขอบเขตการใช้งานที่แตกต่างกัน จึงควรระบุไว้ตั้งแต่ตอนขออนุญาตเช็กลิสต์ก่อนนำ UGC มาใช้ก่อนกด Download หรือ Repost Content ของลูกค้า ลองเช็ก 5 ข้อนี้ก่อนใครเป็นเจ้าของ Content?แบรนด์ได้รับอนุญาตให้ใช้แล้วหรือยัง?อนุญาตให้ใช้ในช่องทางไหนบ้าง?สามารถนำไปใช้เป็น Paid Ads หรือไม่?Content มีบุคคลอื่น โลโก้ เพลง หรือองค์ประกอบที่มีสิทธิ์ของบุคคลอื่นอยู่หรือไม่?หากตอบคำถามเหล่านี้ได้ครบ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการนำ UGC ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ได้มากขึ้นแบรนด์ที่ต้องการนำคอนเทนต์จากผู้บริโภคมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของ UGC หรือ Creator Marketing ก็ควรวางขั้นตอนการขออนุญาตให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่ม Campaign เพื่อให้สามารถนำ Content ที่ดีมาต่อยอดได้อย่างเป็นระบบข้อผิดพลาดที่แบรนด์มักเจอคิดว่าโพสต์ Public = ใช้ได้การที่ใครก็ตามสามารถเห็นโพสต์ได้ ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์มีสิทธิ์นำ Content ไปใช้ในทุกวัตถุประสงค์ให้ Credit แล้วคิดว่าจบCredit ช่วยระบุเจ้าของ Content แต่ไม่ควรนำมาใช้แทนการขออนุญาตขออนุญาตแบบปากเปล่าหากเป็น Campaign ที่มีการใช้งานจริงในหลายช่องทาง การมีหลักฐานการอนุญาตที่ชัดเจนจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันมากกว่าขอใช้แค่บน Social Media แต่เอาไปทำ Ads ต่อสิทธิ์ที่ได้รับควรครอบคลุมการใช้งานจริง หากตอนแรกตกลงใช้เฉพาะ Organic Social Media แต่ภายหลังต้องการนำไปทำ Paid Ads ก็ควรกลับไปตรวจสอบหรือขออนุญาตเพิ่มเติมสรุปUGC เป็นหนึ่งใน Content ที่มีประโยชน์กับแบรนด์ เพราะช่วยนำประสบการณ์ของลูกค้ามาเล่าเรื่องต่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่การนำ Content ของคนอื่นมาใช้ก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิ์ตั้งแต่ต้นสิ่งที่ง่ายที่สุดคืออย่าคิดว่า “ลูกค้าโพสต์เอง แบรนด์ก็เอามาใช้ได้” แต่ให้มองว่า “ถ้าอยากนำ Content ไปใช้ ควรขออนุญาตให้ชัดเจนก่อน”การวางขั้นตอนขออนุญาตและกำหนดขอบเขตการใช้งานให้ชัดเจน ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์ แต่ยังทำให้แบรนด์สามารถนำ UGC ที่มีคุณภาพมาต่อยอดใน Social Media, Website และ Marketing Campaign ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น Tag InfluencerInfluencer Marketing บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ Community Management บนโซเชียลมีเดีย สร้างความเหนียวแน่นให้แบรนด์อย่างไรในปี 2026 Customer Journey Mapping ทำอย่างไรให้เห็นภาพลูกค้าชัดเจนในยุคที่มี AI Agent เข้ามาเกี่ยวข้อง จับตาเทรนด์ Virtual Influencer ครีเอเตอร์ AI ที่แบรนด์ควรรู้จักในปี 2026