• Home
  • Blog
  • Online Marketing
  • วิธีเลือก Influencer ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ ยอดขายปัง ไม่มีคำว่าจ้างแล้วจม

วิธีเลือก Influencer ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ ยอดขายปัง ไม่มีคำว่าจ้างแล้วจม

Online Marketing |
Influencer Marketing

หนึ่งในกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ทรงพลังและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วในยุคนี้ คงหนีไม่พ้นการทำ Influencer Marketing หรือการใช้พลังของผู้มีอิทธิพลบนโลกโซเชียลในการรีวิว แนะนำ หรือบอกต่อเกี่ยวกับสินค้าและบริการ แต่ปัญหาชิ้นใหญ่ที่แบรนด์และเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักจะเจอก็คือ “ทำไมจ้างอินฟลูเอนเซอร์ตั้งเยอะ เสียเงินไปตั้งหลายบาท แต่ทำไมยอดขายกลับนิ่งสนิท?”

นั่นเป็นเพราะว่าคุณอาจจะกำลังเลือกอินฟลูเอนเซอร์ จากแค่ “ยอดผู้ติดตาม (Followers)” โดยไม่ได้วิเคราะห์องค์ประกอบอื่นๆ เชิงลึก บทความนี้จะพาทุกคนไปดูเทคนิคและเช็กลิสต์สำคัญในการคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ให้แมตช์กับแบรนด์ เพื่อเปลี่ยนยอดวิวให้กลายเป็นยอดขายได้อย่างแท้จริง

เจาะลึกประเภทของ Influencer แบรนด์ของคุณควรเลือกใช้ระดับไหน?

ก่อนจะไปถึงวิธีเลือก เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในแวดวงการตลาดปัจจุบัน เรามีการแบ่งกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ออกเป็นหลายระดับตามจำนวนผู้ติดตาม ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะมีจุดเด่นและตอบโจทย์เป้าหมายการตลาด (Marketing Objectives) ที่แตกต่างกันออกไป

Macro Influencer (ผู้ติดตาม 100,000 คนขึ้นไป)

กลุ่มนี้เป็นดารา นักแสดง หรือยูทูบเบอร์ชื่อดัง เหมาะมากสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้าง Brand Awareness (การรับรู้ในวงกว้าง) หรือต้องการเปิดตัวสินค้าใหม่ให้เป็นกระแสในข้ามคืน

Micro Influencer (ผู้ติดตาม 10,000 คนขึ้นไป)

กลุ่มนี้เริ่มมีความเฉพาะกลุ่มมากขึ้น (Niche) ข้อดีคือมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น และมีค่าเฉลี่ยของ Engagement Rate (ยอดไลก์ คอมเมนต์ แชร์) ที่สูงกว่ากลุ่มแรก เหมาะสำหรับการสร้างความน่าเชื่อถือและการโน้มน้าวใจให้เกิดการตัดสินใจซื้อ

Nano Influencer (ผู้ติดตามน้อยกว่า 10,000 คน)

แม้ยอดติดตามจะน้อย แต่เป็นกลุ่มที่มีความใกล้ชิดกับผู้บริโภคสูงที่สุด ให้ความรู้สึกเหมือน “เพื่อนแนะนำเพื่อน” มีความจริงใจสูงมาก และมีค่าใช้จ่ายต่อโพสต์ที่ไม่สูง ช่วยให้แบรนด์สามารถกระจายงบประมาณเพื่อจ้างพร้อมกันทีละหลายๆ คนเพื่อสร้างกระแสความถี่บนหน้าฟีดได้

วิธีเลือก Influencer ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ ยอดขายปัง ไม่มีคำว่าจ้างแล้วจม

4 เทคนิคคัดเลือก Influencer ให้คุ้มค่าที่สุด

หากคุณไม่อยากเจอปัญหา “จ้างแล้วจม” หรือได้ยอดไลก์แต่ไม่ได้ยอดขาย นี่คือ 4 ปัจจัยสำคัญที่คุณต้องตรวจสอบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง:

1. ดูความเข้ากันของแบรนด์และตัวอินฟลูเอนเซอร์ (Brand Fit)

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การที่อินฟลูเอนเซอร์คนนั้นดังแค่ไหน แต่คือ “ผู้ติดตามของเขาคือกลุ่มเป้าหมายของคุณจริงไหม?” เช่น หากคุณทำแบรนด์เครื่องสำอางออร์แกนิก คุณควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์สายบิวตี้ที่เน้นเรื่องผิวแพ้ง่าย การดูแลตัวเองแบบธรรมชาติ มากกว่าสายบิวตี้ที่เน้นการแต่งหน้าแฟนซีจัดเต็ม เพราะฐานแฟนคลับของพวกเขาจะมีพฤติกรรมและความต้องการที่ตรงกับสินค้าของคุณมากกว่า

2. วิเคราะห์คุณภาพของ Engagement

ยอดผู้ติดตามสามารถปั๊มหรือซื้อกันได้ แต่ยอดการปฏิสัมพันธ์ที่แท้จริงนั้นโกหกยาก แบรนด์ต้องดูว่าในแต่ละโพสต์มีคนเข้ามาคอมเมนต์พูดคุยเกี่ยวกับตัวสินค้าจริงๆ หรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่คอมเมนต์สติ๊กเกอร์ทั่วไป นอกจากนี้ต้องคำนวณ Engagement Rate ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของแพลตฟอร์มนั้นๆ ด้วย

3. ตรวจสอบความจริงใจและสไตล์การทำคอนเทนต์

ผู้บริโภคยุคนี้ฉลาดมาก พวกเขารู้ทันทีว่าโพสต์ไหนคือ “งานจ้างรีวิวแบบฝืนๆ” และโพสต์ไหนคือ “การรีวิวจากความชอบจริงๆ” แบรนด์ควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีสไตล์การเล่าเรื่องที่เป็นธรรมชาติ มีความคิดสร้างสรรค์ในการขายของแบบเนียนๆ (Soft Sell) และสามารถสร้าง Creative Content ที่ดึงดูดสายตาคนดูได้ภายใน 3 วินาทีแรก โดยเฉพาะในยุคที่วิดีโอสั้นกำลังครองเมือง

4. มีการวัดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม (Performance Tracking)

ก่อนเริ่มแคมเปญ ควรมีการตกลงเรื่องการส่ง Report สถิติหลังบ้านอย่างชัดเจน และหากเป้าหมายของคุณคือยอดขาย ควรมีการทำลิงก์วัดผลเฉพาะตัว (Affiliate Link / UTM Link) หรือการแจกโค้ดส่วนลดพิเศษเฉพาะของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นๆ (Promo Code) เพื่อให้แบรนด์สามารถคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้อย่างแม่นยำ

ทำไมการบริหารจัดการแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์ด้วยตัวเองถึงเป็นเรื่องยาก?

เจ้าของธุรกิจหลายคนมักเริ่มต้นด้วยการให้ทีมงานภายในตระเวนทักไดเรกต์เมสเซจ (DM) ไปหาอินฟลูเอนเซอร์ทีละคน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว กระบวนการทำ Influencer Campaign มีขั้นตอนที่ซับซ้อนและกินเวลามากกว่าที่คิด ตั้งแต่การดีลราคา, การทำสัญญาทางกฎหมาย, การตรวจดราฟต์งานให้ตรงตามบรีฟ, ไปจนถึงการตามตารางเวลาอัปโหลดคอนเทนต์ให้ตรงตามแผนงาน

ด้วยเหตุนี้ การเลือกจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับ บริษัท Influencer Marketing ที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะพวกเขามีฐานข้อมูลอินฟลูเอนเซอร์ในมือจำนวนมาก มีระบบดาต้าในการคัดกรองยอดผู้ติดตามปลอม และมีทีมงานมืออาชีพที่ช่วยดูแลกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ (End-to-End Service) ทำให้แบรนด์สามารถประหยัดเวลาและได้งานที่มีคุณภาพสูงสุดภายใต้งบประมาณที่กำหนดไว้

วางกลยุทธ์ให้แม่นยำ เพื่อความสำเร็จในระยะยาว

การทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่คือเครื่องมือหลักในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในยุคดิจิทัล การเลือกคนที่ใช่ มีภาพลักษณ์ที่ตรงกับคุณค่าของแบรนด์ และมีกลุ่มผู้ฟังที่เหนียวแน่น จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนบนโลกออนไลน์

Tag